Admin 14 พ.ย. 2560

ภูเก็ตเร่งพัฒนาท่าเรือท่องเที่ยว นำร่อง 4 ท่ารัฐ-เอกชน ต้องผ่านกฎเหล็ก 4 ด้าน


560000011879801

ศูนย์ข่าวภูเก็ต - จังหวัดภูเก็ตเร่งปรับปรุงและพัฒนาท่าเรือท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานรองรับการท่องเที่ยวทางทะเลที่เติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี นำร่อง 4 ท่าเรือของรัฐและเอกชน ต้องผ่านกฎเหล็ก 4 ด้าน ทั้งความปลอดภัยของผู้โดยสาร เรือ การให้การช่วยเหลือ

นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยถึงการโครงการปรับปรุงและยกระดับท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ว่า การท่องเที่ยวทางทะเลมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ท่าเรือมีความสำคัญมากสำหรับที่จะรองรับนักท่องเที่ยวในการเดินทางท่องเที่ยวทางทะเล ทางจังหวัดภูเก็ตจึงได้จัดโครงการปรับปรุงและยกระดับท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้การให้บริการของท่าเรือได้มาตรฐานระดับสากล โดยจะนำร่อง 4 ท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยว ทั้งที่เป็นท่าเรือของรัฐและเอกชน ประกอบด้วย ท่าเรือรัษฎา ของอบจ.ภูเก็ต แต่ได้ให้สัมปทานกับบริษัท ซีทราน ในการบริการจัดการ ท่าเรืออ่าวฉลอง บริหารโดยอบจ.ภูเก็ต และท่าเรืออ่าวปอ ที่เอกชนได้รับสัมปทาน และรอยัล ภูเก็ต มารีน่า ซึ่งทั้ง 4 ท่าเรือเป็นท่าเรือที่มีนักท่องเที่ยวใช้บริการเป็นจำนวนมาก ในการเดินทางไปท่องเที่ยวยังเกาะแก่งต่างๆ ในพื้นที่ภูเก็ต กระบี่ และพังงา

สำหรับท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยวทั้ง 4 แห่ง จะต้องปรับปรุงและพัฒนาใน 4 เรื่องหลักๆ คือ 1.เรือจะต้องปลอดภัยก่อนออกจากท่า โดยจะต้องแจ้งรายละเอียดผู้โดยสารที่ต้องผ่านท่าเรือดังกล่าว เพื่อให้รู้ว่าใครเป็นใคร จำนวนในแต่ละวัน เสื้อชูชีพครบตามจำนวนผู้โดยสาร ซึ่งเกี่ยวกับการแจ้งรายละเอียดผู้โดยสารนั้น ทางดีป้ากำลังพัฒนาระบบการป้อนข้อมูลผู้โดยสารก่อนเดินทางลงชื่อเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถแจ้งกับทางท่าเรือไดล่วงหน้า เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้ประกอบการ 2.เรือทุกลำจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายเจ้าท่าอย่างเข้มงวด ตัวเรือจะต้องผ่านเกณฑ์ของเจ้าท่า ผู้ขับเรือจะต้องมีใบนายท้ายเรือ พร้อมอุปกรณ์ความปลอดภัยอย่างครบถ้วน 3.เรือทุกลำจะต้องมีระบบเชื่อมโยงข้อมูลกับฝั่งในการตรวจติดตามหรือให้การช่วยเหลืออย่างทันท่วงที หากเกิดอุบัติเหตุ และ 4. ตั้งศูนย์ปฏิบัติการประสานการช่วยเหลือทางทะเล เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว ลดการสูญเสีย โดยศูนย์นี้จะเน้นการทำงานในวันหยุด เพราะในวันปกติธรรมดา มีหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่แล้ว

โดยท่าเรือทั้ง 4 ที่เป็นโครงการนำร่อง มีความพร้อมในการดำเนินการให้เป็นไปตาม 4 มาตรการหลัก เช่น ท่าเรืออ่าวฉลอง ทาง อบจ.ภูเก็ต จะมีการดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดอย่างเข้มงวดเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้โดยสาร ซึ่งทาง อบจ.จะมีการปรับปรุงในหลายๆ ส่วน เช่น การทำที่กั้นเพื่อนับจำนวนนักท่องเที่ยวแต่ละวันว่าผ่านท่าเรือมากน้อยแค่ไหนอย่างไร ติดตั้งกล้อง CCTV ที่สามารถสแกนใบหน้าของผู้โดยสารได้ โดยร่วมมือกับทาง DEPA ภูเก็ต และอื่นๆ ด้วยงบประมาณปี 61 จำนวน 29 ล้านบาท และนอกจากนี้มีโครงการที่จะก่อสร้างโป๊ะจอดเรือเพิ่ม เป็นต้น

ในขณะที่ท่าเรืออ่าวปอ หลังจากเอกชนเข้ามาดำเนินการได้มีการพัฒนา ติดตั้งกล้อง CCTV ดูแลความสะอาดรอบๆบริเวรท่าเรือ และเข้มงวดในเรื่องของเรือที่จะออกจากท่าจะต้องปฏิบัติตามกฎของเจ้าท่าอย่างเข้มงวด รวมทั้งจะมีการจัดทำสายรัดข้อมือที่มีข้อมูลรายละเอียดของผู้โดยสารและประกันภัยสำหรับผู้โดยสารที่ผ่านท่าเรือทุกๆคน

ขณะที่ท่าเรือรัษฎาได้จัดทำในส่วนของที่กั้นเข้า-ออกท่าเรือ พร้อมเพิ่ม CCTV ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เนื่องจากแต่ละวันมีผู้โดยสารผ่านท่าเรือรัษฎาเป็นจำนวนมาก

นายนรภัทร กล่าวเพิ่มว่า สำหรับท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยวของภูเก็ตนั้น แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการไม่ต่ำกว่าววันละ 25,000 - 30,000 คน และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นในทุกๆปี ดังนั้นการปรับปรุงและพัฒนาท่าเรือให้ได้มาตรฐานเป็นสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับเมืองท่องเที่ยวทางทะเลอย่างภูเก็ต


ที่มา : https://mgronline.com/south/detail/9600000114581