Admin 21 พ.ค. 2560

สั่ง "ขยายตาอวน" เรือประมงได้ผล ปลาทูโผล่เต็มทะเล-จ่อปิดอ่าวตัวก.แยกเป็นสองช่วง

201705231445

ปิดอ่าว 3 เดือนให้ปลาวางไข่ได้ผล ปลาทูโผล่เต็มอ่าวไทย หลังเรือประมงพาณิชย์ขยายตาอวนทุกชนิดเพิ่มเพื่อแก้ปัญหาไอยูยู ขณะที่อวนจม อวนลอยของเรือประมงพื้นบ้านที่ยังจับได้ช่วงฤดูวางไข่เพิ่มขนาดตาอวนเป็น 2 นิ้ว "อดิศร" เผยกำลังหารือปิดอ่าวตอนในรูปตัว ก.เป็น 2 ช่วง เพื่อฟื้นฟูปลาในทะเลแต่ละช่วงของวัยให้มากขึ้น

นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยถึงผลการฟื้นฟูทรัพยากรปลาทูในอ่าวไทย ว่า จากการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ออกประกาศ เรื่อง กำหนดการห้ามใช้เครื่องมือทำการประมงบางชนิดทำการประมงในฤดูปลามีไข่ วางไข่และเลี้ยงตัวในวัยอ่อนในที่จับสัตว์น้ำบางส่วนของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ระหว่างวันที่ 15 ก.พ. 2560-15 พ.ค. 2560 รวม 3 เดือนครอบคลุมพื้นที่ 26,400 ตร.กม. พร้อมทั้งปรับปรุงแก้ไขประกาศในบางข้อเพื่อให้เหมาะสมกับเครื่องมือจับปลา ที่มีศักยภาพสูงขึ้นและทำลายทรัพยากรสัตว์น้ำมากขึ้นทั้งอวนลาก อวนล้อม การห้ามเครื่องมืออวนทุกชนิดที่ใช้ประกอบเรือกลทำการประมง ยกเว้นการใช้อวนติดตาจับปลาที่มีช่องตาอวนตั้งแต่ 2 นิ้วขึ้นไปที่ใช้ประกอบเรือกลที่มีขนาดต่ำกว่า 10 ตันกรอสทำการประมง รวมทั้ง กำหนดเครื่องมือทำการประมง วิธีการทำประมงและพื้นที่ทำการประมงที่ห้ามใช้ทำการประมงในที่จับสัตว์น้ำ บางแห่งที่ห้ามใช้เครื่องมืออวนทุกชนิดที่ใช้ประกอบเรือกลทำการประมง คือ เรือปั่นไฟจับปลา ห้ามเข้าจับปลาในระยะ 7 ไมล์ทะเลจากชายฝั่งใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ตอนล่าง ชุมพรและสุราษฎร์ธานี และจะบังคับใช้ต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. 2560-30 มิ.ย. 2560 ด้วยนั้น ปรากฏว่า ช่วงระยะเวลาดังกล่าวที่ใช้มาตรการปิดอ่าวไทยของกรมประมงที่ออกตรวจสอบ 52 ครั้ง พบการกระทำผิดรวม 11 คดี แยกเป็นการใช้เครื่องมืออวนลากทำประมงตอนกลางวัน 2 คดี ใช้เรือไร้สัญชาติทำการประมง 2 คดี ใช้เรือซึ่งปฏิบัติไม่ครบถ้วนตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย 6 คดีและตรวจยึดเครื่องมืออวนรุน 1 คดี ซึ่งผู้กระทำผิดจะต้องได้รับโทษทั้งในส่วนมาตรการทางกฎหมายและมาตรการทางการ ปกครอง และผลการบังคับใช้ประกาศดังกล่าวเห็นผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น

จากการสำรวจติดตามสถานการณ์ในเขตปิดอ่าวและบริเวณใกล้เคียงตั้งแต่ วันที่ 15 ก.พ.เป็นต้นมา เจ้าหน้าที่กรมประมงใช้เครื่องมือตรวจสอบฝูงปลา (Sounder) ตรวจพบพ่อแม่พันธุ์ปลาจำนวน 3,000 กก.และฝูงลูกปลา 10,000 กก.บริเวณเกาะพะงัน และยังพบว่า ชาวประมงพื้นบ้านจับปลาทูขนาดใหญ่ได้บริเวณอ่าวชุมพร โดยใช้เครื่องมืออวนติดตาขนาดไม่ต่ำกว่า 2 นิ้ว นอกจากนี้ในต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมายังได้รับรายงานว่าพบฝูงลูกปลาทูขนาดเล็กชุกชุมจำนวนมากบริเวณ ห่างฝั่ง 3-5 ไมล์ทะเลตั้งแต่ จ.ชุมพรถึง จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงสถานการณ์ทรัพยากรสัตว์น้ำในทะเลบริเวณอ่าวไทยเริ่มฟื้น กลับมา

"เพื่อให้ลูกปลาทูว่ายขึ้นมาเจริญเติบโตบริเวณอ่าวตอนใน หรืออ่าวไทยรูปตัว ก.ได้ กรมจึงกำหนดเครื่องมือจับปลาและขยายขอบเขตห้ามจับเพิ่มในส่วนบน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ช่วงวันที่ 16 พ.ค. 2560-30 มิ.ย. 2560 เพิ่มเติมด้วย" อธิบดีกรมประมงกล่าว

ส่วนมาตรการปิดอ่าวไทยรูปตัว ก.หรืออ่าวไทยตอนในที่ดำเนินการมากว่า 3 ปี ในปีนี้ กรมกำลังหารือกับตัวแทนชาวประมงว่า จะเริ่มปิดได้เมื่อใด ควรจะเริ่มในวันที่ 15 มิ.ย. หรือ 30 มิ.ย.ศกนี้หรือไม่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปร่วมในเดือนนี้ ซึ่งอาจจะแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วนคือ เริ่มในพื้นที่ จ.เพชรบุรี สมุทรสงครามและสมุทรสาคร เป็นเวลา 2 เดือน ก่อนหลังจากนั้นจะห้ามจับปลาในเขตสมุทรปราการ ฉะเชิงเทราและชลบุรีในระยะถัดไปอีกเป็นเวลา 2 เดือนแทน เพื่อให้ปลามีเวลาเติบโตเต็มวัยก่อนจะไปวางไข่ในปีถัดไปในเขตสุราษฎร์ธานี ชุมพร ประจวบคีรีขันธ์ต่อไป

"ปิดอ่าวไทยรูปตัว ก. 3 ปีที่ผ่านมา ปีแรกปลาทูยังมีมาก แต่ปีที่ผ่านมาลดลงไปพอสมควร ซึ่งอาจจะเกิดจาก 2-3 ทฤษฎีคือ ปลาทูน้อยลงเพราะมีการใช้อวนจม เมื่อปลาว่ายเข้าฝั่งบริเวณหน้าดินจะถูกดักจับ แต่ปีนี้กำหนดให้อวนจมต้องมีตาข่ายขนาด 2 นิ้วขึ้น การรุมจับปลาทันทีหลังเปิดอ่าว ทำให้ปลาทูที่ยังไม่ได้ขนาดที่จะว่ายเข้ามาหากินอ่าวไทยตอนในถูกจับ สภาวะอากาศร้อนแห้งแล้งน้ำไหลลงอ่าวไทยห่วงโซ่อาหารปลาทูที่จะเกิดขึ้นจึงมี น้อย ปลาทูจึงแพร่พันธุ์ได้น้อยและปัญหามลพิษในทะเลที่มีมากขึ้น"

ที่มา : http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1495351526