Admin 25 เม.ย. 2560

เปิดยุทธศาสตร์ความมั่นคง "เรือดำน้ำ" ยังไม่จำเป็น

boat250460

เรือดำน้ำจากจีนถูกตั้งคำถามจากหลายฝ่ายในเรื่องคุณภาพ ความคุ้มค่า และความเหมาะสมกับ “ยุทธบริเวณ” ที่จะใช้ปฏิบัติภารกิจ เนื่องจากเป็นเรือขนาดใหญ่ ขณะที่อ่าวไทยและท่าสำหรับจอดเรือดำน้ำถูกกำหนดให้สร้างที่ชายฝั่งอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งอยู่ในอ่าวไทย

ที่ผ่านมาได้มีผู้ทรงคุณวุฒิออกมาตั้งคำถามถึงคุณภาพของเรือดำน้ำจีน ว่าคุ้มค่ากับงบประมาณที่ต้องใช้ถึง 36,000 ล้านบาทหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเรือดำน้ำจากประเทศอื่นที่เสนอราคามาพร้อมกัน โดยจุดเด่นของเรือดำน้ำจีนที่รัฐบาลและกองทัพเรือหยิบขึ้นมาโฆษณาตลอดเวลา คือ ในงบประมาณจำนวนเดียวกัน ได้เรือดำน้ำมากถึง 3 ลำ ขณะที่ประเทศอื่นซื้อได้เพียง 2 ลำเท่านั้น

ประเด็นนี้ถูกตั้งข้อสังเกตว่า ช่วงแรกที่กองทัพเรือเสนอโครงการจัดหาเรือดำน้ำ ก็เสนอจัดหาจำนวน 2 ลำ มีประเทศที่เสนอแบบและราคาจำนวน 6 ประเทศรวมทั้งจีน ก็ได้เสนอเรือดำน้ำจำนวน 2 ลำตามข้อกำหนดในโครงการ แต่ภายหลังจีนเสนอแถมให้อีก 1 ลำ ในทำนอง “ซื้อ 2 แถม 1” ทำให้กองทัพเรือไปเปลี่ยนเอกสารโครงการเป็นการจัดหาเรือดำน้ำ 3 ลำ ส่งผลให้เรือดำน้ำจากจีนได้เปรียบประเทศอื่นทุกประเทศ แต่อีกด้านหนึ่งก็ถูกตั้งคำถามว่า การลดแลกแจกแถมแบบ “ซื้อ 2 แถม 1” จะการันตีคุณภาพได้แค่ไหน

ส่วนคำถามเรื่องเรือดำน้ำจีนมีถึง 7 ข้อ เช่น ความเหมาะสมในการปฏิบัติภารกิจในอ่าวไทยซึ่งตื้นเพียง 25-40 เมตร แต่ระยะการดำปลอดภัยของเรือดำน้ำจีนอยู่ที่ความลึก 60 เมตรขึ้นไป นอกจากนั้นการใช้อาวุธโจมตี รวมไปถึงแบตเตอรี่ และคุณสมบัติอื่นๆ ก็ดูด้อยว่าเรือดำน้ำที่เสนอจากประเทศอื่นแทบทั้งสิ้น

นอกจากนั้น จากการตรวจสอบเอกสารยุทธศาสตร์ความมั่นคง ซึ่งจัดทำโดยสภาความมั่นคงแห่งชาติ ก็พบว่าภัยคุกคามทางทะเลของไทย ส่วนใหญ่เป็นเรื่องโจรสลัด ภัยธรรมชาติ แรงงานผิดกฎหมาย สินค้าผิดกฎหมาย การลักลอบจับสัตว์น้ำ และมลพิษทางทะเล ไม่ใช่ภัยคุกคามจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีเรือดำน้ำเข้าประจำการ

ส่วนภัยคุกคามทางทะเลขนาดใหญ่ อยู่ที่ความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ ซึ่งไม่เกี่ยวกับประเทศไทย ด้วยเหตุนี้ความจำเป็นของการมีเรือดำน้ำ จึงจำเป็นน้อยกว่าการมีเรือผิวน้ำคุณภาพดี หรือระบบเฝ้าตรวจทางอากาศที่เชื่อมกับทางทะเล เพื่อสกัดกั้นผู้อพยพ แรงงานต่างด้าว และสินค้าหนีภาษี

ที่มา : http://www.now26.tv/view/103229