Admin 24 ม.ค. 2565

เร่งเก็บกู้ซากอวนเกือบ 100 เมตร ติดแนวปะการัง จุดดำน้ำดังพังงา

พลเรือตรี อาภากร อยู่คงแก้ว รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 ,พลเรือตรี สุชาติ เปรมประเสริฐ รองผอ. ศรชล. ภาค3 และชุดปฏิบัติการพิเศษ ทัพเรือภาคที่3 แถลงข่าวภารกิจเก็บกู้ซากอวนจากบริเวณซากเรือคิงส์ครุยส์เซอร์ ในพื้นที่จังหวัดพังงา ณ บริเวณสโมสรเรือใบ ทัพเรือภาคที่ 3

1

พลเรือตรี อาภากร อยู่คงแก้ว รองผู้บัญชาการ ทัพเรือภาคที่ 3 กล่าวว่า จากการที่ทัพเรือภาคที่ 3 ได้รับทราบข้อมูลจากผู้ประกอบการดำน้ำว่า บริเวณจุดดำน้ำซากเรือคิงส์ครุยเซอร์ ในพื้นที่จังหวัดพังงา มีอวนค่อนข้างยาวไปติดอยู่กับแนวปะการัง ซึ่งจุดดังกล่าวเป็นจุดดำน้ำที่น่าสนใจมีนักดำน้ำจากทั่วโลกมาดำน้ำกันจำนวนมากทั้งในอดีตและปัจจุบัน จากการสำรวจ จุดดำน้ำลึก King Cruiser Wreck ณ เวลานี้ พบขยะพลาสติก และ พบอวนประมงชนิดตาข่ายเอ็นใส พัน ปะการังอ่อนอันสวยงาม มีความเสี่ยงที่จะสร้างความเสียหายให้กับปะการังอ่อน จึงมีการวางแผนอย่างรอบคอบรัดกุมมากที่สุด เพราะปะการังบริเวณดังกล่าวมีความอุดมสมบูรณ์สวยงามมากหากกระทบกระเทือนจะทำให้เสียหายได้

ในวันนี้ (21 มกราคม 2565) ทัพเรือภาคที่ 3 /ศรชล.ภาค 3 ร่วมกับ สทช.6 และภาคเอกชน เรือ MV.Mandarin Queen ดำเนินการในภารกิจเร่งด่วนภายใต้โครงการรักษ์ทะเลไทยตามแนวพระราชดำริฯ ดำน้ำเก็บกู้ซากอวนที่บริเวณซากเรือคิงส์ครุยเซอร์ในพื้นที่จังหวัดพังงา โดยระดมกันช่วยเก็บกู้ซากอวนขึ้นมา ในพื้นที่ดังกล่าวน้ำค่อนข้างลึกประมาณ 30เมตร เวลาทำการใต้น้ำค่อนข้างจำกัดนักดำน้ำแต่ละคนใช้เวลาดำใต้น้ำไม่เกิน25นาที เมื่อดำลงไปที่จุดได้พยายามตัดเอาซากอวนออกมาทำงานแข่งกับเวลาถือว่ามีอุปสรรคพอสมควรและเมื่ออยู่ลึกลงไปการมองเห็นจึงน้อยลง ที่ผ่านมาผู้ประกอบการดำน้ำได้เคยเอาขึ้นมาแล้วแต่ครั้งนี้ซากอวนค่อนข้างยาวมาก เกือบ100เมตร ถ้าทิ้งไว้นานจะทำให้ปลาสวยงาม สัตว์น้ำต่างๆเข้าไปติดทำให้แนวปะการังที่มีความสมบูรณ์จะเสื่อมโทรมลง

กองทัพเรือ โดย ทัพเรือภาคที่ 3/ ศรชล. ภาค 3 ตั้งใจว่า การทำงานรักษาแนวปะการังและสิ่งมีชีวิตใต้ทะเลต้องร่วมกันในหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่สำคัญ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการดำน้ำต้องช่วยกันและตามแนวทางพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระองค์ท่านเคยเสด็จมาทรงดำน้ำในพื้นที่หลายครั้ง ได้ทอดพระเนตรแนวปะการังต่างๆมีรับสั่งว่าเป็นที่น่าเสียดายที่แนวปะการังของเราถ้าไม่ช่วยกันรักษาจะถูกทำลาย จึงขอให้ทุกภาคส่วนมาช่วยกันให้ทรัพยากรใต้น้ำคงอยู่อย่างยั่งยืน

ในส่วนเรือท่องเที่ยวดำน้ำ ในจุดดำน้ำธรรมชาติใต้น้ำมีหลายจุดในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เช่น พังงา กระบี่ ตรัง สตูล เป็นต้น เป็นพื้นที่รับผิดชอบของทัพเรือภาคที่3และศรชล.ภาค3 จึงอยากฝากผู้ประกอบการดำน้ำว่าถ้าพบเห็นสิ่งใด ตามแนวปะการังเกิดความเสียหาย ขอให้แจ้งมาที่ทัพเรือภาคที่3 /ศรชล.ภาค3 หรือหน่วยงานอื่นในศรชล.เพื่อช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อมทางทะเล และในอนาคตจะมีการจัดตั้งทีมให้มีความใกล้ชิดมากขึ้นเมื่อมีจุดใดที่ได้รับความเสียหายขอให้แจ้งข่าวมา ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน จิตอาสาต่างๆจะไปช่วยกัน อีกทั้ง ในเร็วๆนี้ ทางศรชล.ภาค3 จะมีการจัดสัมมนาใหัความรู้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการใช้ทรัพยากรทางทะเล และการรักษากฎหมาย ให้ช่วยกันอนุรักษ์ดูแลทรัพยากรทางทะเลแนวปะการัง ฟื้นฟูรักษาให้ดียิ่งขึ้น

ที่มา: ไทยโพสต์